ประวัติความเป็นมาของ พ.ร.บ.รถยนต์

ประวัติอย่างย่อของความเป็นของพ.ร.บ.รถยนต์

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถหรือพ.ร.บ. ได้เริ่มยกร่างเมื่อประมาณ พ.ศ. 2506 โดยกรมตำรวจกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ริเริ่ม โดยใช้ชื่อกฎหมายว่า “ร่างพระราชบัญญัติประกันภัยรถยนต์เพื่อบุคคลที่สาม” โดยมีใจความสำคัญว่า เจ้าของรถยนต์หรือผู้มีสิทธิครอบครองรถ หรือผู้ที่นำรถจดทะเบียนมาใช้ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราว จะต้องวางหลักทรัพย์จำนวนหนึ่งไว้กับนายทะเบียน หรือบริษัทประกันภัยภายในประเทศ เพื่อให้ความคุ้มครองแก่บุคคลภายนอกผู้ซึ่งได้รับอันตรายต่อร่างกายหรือชีวิต โดยเกิดจากอุบัติเหตุจากรถยนต์ที่ใช้หรืออยู่ในทาง หรือสิ่งที่บรรทุกหรือติดตั้งจากในรถ แต่กฎหมายร่างแรกนั้นหยุดลงที่ระดับกระทรวงเท่านั้น

 

ต่อมาในปี พ.ศ.2511 และ พ.ศ.2520 กระทรวงพาณิชย์ได้ทำการยกร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวขึ้นอีกครั้ง การยกร่างกฎหมายดังกล่าวนั้นมีหลักเนื้อหาเดียวกัน แต่ได้เพิ่มการการชดใช้ค่าเสียหายเบื้องต้นโดยไม่ต้องรอการพิสูจน์ว่ารถคันใดเป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหาย และให้บริษัทประกันภัยจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนทดแทนเป็นรายปีเพื่อเป็นกองทุนสำหรับจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยกรณีที่มีปัญหา ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวได้สะดุดหยุดลงในระดับกระทรวงอีกเช่นกัน

 

ครั้งต่อมาในสมัยรัฐบาลของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้เล็งเห็นว่าผู้ประสบภัยจากรถเป็นจำนวนมากไม่ได้รับการชดใช้ค่าเสียหาย หรือได้รับแต่ไม่เพียงพอกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ถึงแม้จะมีพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกและพระราชบัญญัติรถยนต์ บังคับใช้อยู่บ้าง แต่ก็เป็นการควบคุมเฉพาะรถยนต์โดยสารรับจ้าง รถยนต์บรรทุกรับจ้างและรถยนต์รับจ้างบรรทุกผู้โดยสารไม่เกิน 7 คน เท่านั้น

 

จนกระทั้งในเวลาต่อมา กระทรวงพาณิชย์ได้นำร่างพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าวเสนอคณะรัฐมนตรี และได้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีฝ่ายสังคมและกฎหมายตามลำดับเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2534 และได้ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา

 

ในที่สุดสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้มีมติให้ใช้พระราชบัญญัติดังกล่าวและได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2535

 

ครั้งต่อมาเมื่อได้มีการจัดตั้งคณะรัฐบาลขึ้นใหม่โดยมี นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีการเพิ่มอัตราเบี้ยประกันภัยสำหรับรถใหม่เพื่อให้เหมาะสม พร้อมทั้งได้ตราพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ( ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ขยายระยะเวลาบังคับใช้ออกไปอีก 180 วัน

 

เรียกได้ว่ากว่าจะมาเป็นพ.ร.บ.รถยนต์ในวันนี้ผ่านการยกร่างพระราชบัญญัติมาหลายต่อหลายครั้ง ต้องขอขอบคุณผู้ยกร่างกฎหมายทุกท่านที่ร่างกฎหมายที่สุดแสนจะมีประโยชน์ต่อผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมากที่ใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้ แถมค่าพ.ร.บ.ก็มีราคาย่อมเยาว์ทำให้สามารถเข้าถึงได้ทุกคน มาพร้อมกับความคุ้มครองที่ครบครันตอบโจทย์เกินราคา สำหรับท่านใดที่ยังไม่ได้ทำหรือต่ออายุพ.ร.บ.รถยนต์และภาษีก็อย่าลืมไปต่อเพื่อความอุ่นใจกันนะ