มิตรแท้ประกันภัย จำกัด กับบริการเหนือระดับ ประทับใจ

ปัจจุบันบริษัทประกันภัยที่น่าเชื่อถือและมีความมั่นคงสูงมีด้วยกันหลายบริษัท หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้น มิตรแท้ประกันภัย จำกัด ที่ถือว่ามีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน วันนี้ทางเราจะพาทุกคนไปรู้จักว่าบริษัทนี้มีความโดดเด่นและความแตกต่างจากบริษัทประกันภัยอื่นๆ อย่างไร พร้อมแนะนำวิธีซื้อประกันภัยรถยนต์ง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง

อยากทำประกัน แต่ติดต่อยาก ปัญหาที่หลายคนท้อใจ

หากพิจารณาดีๆ แล้วจะพบปัญหาว่า ผู้บริโภคที่สนใจอยากทำประกันภัยกับ บริษัท มิตรแม้ประกันภัยนั้น ไม่สามารถหาตัวแทนบริษัทที่น่าเชื่อถือได้ ไม่รู้ว่าจะติดต่อไปที่ไหนดี และยิ่งในเขตพื้นที่ต่างจังหวัดก็ยิ่งเข้าถึงข้อมูลได้ยากมากขึ้นไปอีก ทำให้การซื้อประกันทำได้ยุ่งยากจนหลายคนท้อใจ

ให้ทุกเรื่องประกันเป็นไปได้ง่ายแค่ใช้บริการ ศรีกรุงโบรคเกอร์

แต่ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและทันสมัยมากขึ้น ทำให้คุณสามารถเข้าถึงสื่อออนไลน์และเว็บไซต์ต่างๆ ได้มากขึ้น เว็บไซต์ที่อยากมาแนะนำให้ได้รู้จักกันในวันนี้ คือ ศรีกรุงโบรคเกอร์ ซึ่งถือว่าเป็นเว็บไซต์ของบริษัทประกันรถยนต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด พร้อมทั้งยังมีบริการหลังการขายที่น่าประทับใจมากที่สุด จากพนักงานที่สุภาพ พร้อมให้คำแนะนำที่เป็นจริง ไม่ใช้คำโฆษณาชวนเชื่อเกินความเป็นจริง

ซึ่งในส่วนของพนักงานจะให้ข้อมูลที่จำเป็นและเน้นรายละเอียดข้อมูลที่ช่วยผู้บริโภคในการใช้ประกอบการตัดสินใจ พร้อมกันนั้นรายละเอียดที่ระบุไว้ในเว็บไซต์ยังสามารถเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลา ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายได้มากยิ่งขึ้น เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ต คุณก็สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ดังกล่าวได้ง่ายแล้ว ซึ่งจะทำให้คนที่อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัดหรือห่างไกลศูนย์บริการของ มิตรแท้ประกันภัย สามารถสอบถามรายละเอียดและเข้าถึงการทำประกันได้ง่ายยิ่งขึ้น

ประโยชน์จากการใช้บริการศรีกรุงโบรคเกอร์

สำหรับประโยชน์จากการใช้บริการของศรีกรุงโบรคเกอร์ คือ เมื่อคุณชำระเบี้ยประกันเรียบร้อยแล้ว คุณจะได้รับความคุ้มครองทันที พร้อมกับได้รับการบริการที่ดีจากทางบริษัทแน่นอน โดยไม่ต้องกังวลว่าเบี้ยประกันที่จ่ายไปจะถูกโกงจากตัวแทนประกัน และประโยชน์จากการซื้อประกันออนไลน์อีกข้อหนึ่งคือ คุณสามารถติดต่อตัวแทนประกันภัยได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้บริโภคสบายใจในการซื้อประกัน ซึ่งคุณจะรู้สึกอุ่นใจว่าได้รับการบริการที่ดี เพราะมีคนคอยอยู่เป็นเพื่อนช่วยแก้ปัญหาอย่างแท้จริง

นี่ก็เป็นความโดดเด่นของบริษัท มิตรแม้ประกันภัย จำกัด ที่ถือว่าเป็นบริษัทประกันที่มีความก้าวล้ำนำสมัย เหมาะสำหรับคนยุคใหม่ ซึ่งนอกจากจะทำให้คนที่อยู่ห่างไกลสามารถเข้าถึงการทำประกันได้ง่ายมากขึ้นแล้ว ยังทำให้ผู้ที่สนใจอยากทำประกันได้รับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง สร้างความมั่นใจและความสบายใจให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

มาทำความรู้จักกับ พ.ร.บ.รถยนต์ว่าสำคัญอย่างไร

เมื่อถึงเวลาที่ต้องต่อประกันรถยนต์หลาย ๆ ท่านคงคุ้นเคยกันดีกับคำว่า พ.ร.บ. แต่น่าจะมีอีกหลายท่านไม่ทราบว่าที่จริงแล้ว พรบ.ย่อมาจากอะไร สำคัญอย่างไร

พ.ร.บ. ย่อมาจาก พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เป็นกฎหมายบังคับว่ารถทุกคันต้องต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ก่อนถึงจะต่อทะเบียนรถได้ ถือเป็นสวัสดิการพื้นฐานที่ควรจะได้รับการรักษาพยาบาลได้ทันท่วงทีเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

ที่สำคัญหากไม่ทำ พรบ. ก็จะผิดกฎหมายจราจร มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และหากไม่ต่อทะเบียนมีโทษปรับ 400 – 1,000 บาท

ข้อดีของการมี พ.ร.บ.คุ้มครอง

  1. ไม่ว่าใครจะผิดหรือถูกก็จะได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นทันที จะได้รับค่าชดเชยกรณีบาดเจ็บสูงสุดคนละ 30,000 บาท และกรณีสูญเสียอวัยวะตามหลักเกณฑ์สูงสุดคนละ 35,000 บาท

1.1 ถ้าในกรณีที่ได้รับบาดเจ็บแล้วสูญเสียอวัยวะตามมา จะได้รับคนละไม่เกิน 65,000 บาท

1.2 ในกรณีที่เสียชีวิต จะได้รบเงินค่าทำศพคนละ 35,000 บาท

1.3 แต่ถ้ารักษาพยาบาลแล้วเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ พ.ร.บ. จะจ่ายค่าชดเชยคนละไม่เกิน 65,000 บาท (จ่ายตามจริง)

  1. เงินชดเชยที่จะได้รับหลังการพิสูจน์ผิดถูกแล้วและคนที่เป็นฝ่ายถูกเท่านั้นจะได้รับค่าสินไหมทดแทน

2.1 ค่ารักษาพยาบาลเบิกตามจริงหรือไม่เกิน 80,000 บาท

2.2 เงินชดเชยในกรณีสูญเสียอวัยวะตามหลักเกณฑ์ 200,000-300,000 บาท

2.3 เงินชดเชยกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร 300,000 บาท

2.4 ค่าชดเชยการรักษาตัว กรณีผู้ป่วยใน วันนละ 200 บาทไม่เกิน 20 วันรวม 4,000 บาท รวมค่าสินไหมทดแทนทั้งหมดคนละไม่เกิน 304,000 บาท

กรณีที่เกิดเหตุกับรถยนต์ 2 คันขึ้นไป ผู้ได้รับบาดเจ็บจะได้รับการดูแลตามประกันของรถแต่ละคันอยู่แล้ว แต่ถ้ามีบุคคลที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้องให้แต่ละบริษัทร่วมกันจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ

 หากต้องการเคลม พ.ร.บ. ต้องดำเนินเรื่องที่ไหน

สามารถเคลมได้ผ่านบริษัทกลางประกันภัย เป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวกลางในการเบิกจ่ายค่าสินไหมต่าง ๆ ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา มีสาขาให้บริการอยู่ทั่วประเทศไทยเพื่อความสะดวกในการติดต่อของประชาชนทั่วประเทศ หรือติดต่อที่เบอร์ 02-100-9191

ขั้นตอนการเคลม พ.ร.บ.

เมื่อเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ให้แจ้งสิทธิที่ต้องการใช้ และในกรณีที่สำรองจ่ายไปก่อนให้ติดต่อที่บริษัทกลางประกันภัย

เอกสารที่ต้องเตรียม

ทำใบแจ้งความลงบันทึกประวันที่สถานีตำรวจไว้เป็นหลักฐาน

ใบรับรองแพทย์พร้อมใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล

สำเนาบัตรประชาชนของผู้ที่ประสบเหตุ หรือใบมรณะบัตร

สำเนาบัตรประชนชนของทายาท

 

หลังจากติดต่อที่บริษัทกลางประกันภัย เราจะได้รับเงินชดเชยตามสิทธิ์ภายใน 7 วันทำการ ระยะเวลาในการขอใช้สิทธิ์ พ.ร.บ.ของภายใน 180 วันหลังจากวันที่เกิดเหตุ

การทำพ.ร.บ.คือการรับสิทธิขั้นพื้นฐานสำหรับกรณีเกิดอุบัติเหตุ ดังนั้น ควรมีไว้เพื่อความอุ่นใจอย่าละเลยในเรื่องเล็ก ๆ เพราะถึงวันที่ประสบอุบัติเหตุจริง ๆ แล้วนั้น คงจะมีค่าใช้จ่ายไม่น้อยที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นคุณหรือคู่กรณี ถือเป็นความรับผิดชอบต่อส่วนรวมอย่างหนึ่งที่ควรทำ และเหนือสิ่งอื่นใดจะได้ถูกต้องตามกฎหมายด้วย

ประวัติความเป็นมาของ พ.ร.บ.รถยนต์

ประวัติอย่างย่อของความเป็นของพ.ร.บ.รถยนต์

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถหรือพ.ร.บ. ได้เริ่มยกร่างเมื่อประมาณ พ.ศ. 2506 โดยกรมตำรวจกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ริเริ่ม โดยใช้ชื่อกฎหมายว่า “ร่างพระราชบัญญัติประกันภัยรถยนต์เพื่อบุคคลที่สาม” โดยมีใจความสำคัญว่า เจ้าของรถยนต์หรือผู้มีสิทธิครอบครองรถ หรือผู้ที่นำรถจดทะเบียนมาใช้ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราว จะต้องวางหลักทรัพย์จำนวนหนึ่งไว้กับนายทะเบียน หรือบริษัทประกันภัยภายในประเทศ เพื่อให้ความคุ้มครองแก่บุคคลภายนอกผู้ซึ่งได้รับอันตรายต่อร่างกายหรือชีวิต โดยเกิดจากอุบัติเหตุจากรถยนต์ที่ใช้หรืออยู่ในทาง หรือสิ่งที่บรรทุกหรือติดตั้งจากในรถ แต่กฎหมายร่างแรกนั้นหยุดลงที่ระดับกระทรวงเท่านั้น

 

ต่อมาในปี พ.ศ.2511 และ พ.ศ.2520 กระทรวงพาณิชย์ได้ทำการยกร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวขึ้นอีกครั้ง การยกร่างกฎหมายดังกล่าวนั้นมีหลักเนื้อหาเดียวกัน แต่ได้เพิ่มการการชดใช้ค่าเสียหายเบื้องต้นโดยไม่ต้องรอการพิสูจน์ว่ารถคันใดเป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหาย และให้บริษัทประกันภัยจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนทดแทนเป็นรายปีเพื่อเป็นกองทุนสำหรับจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยกรณีที่มีปัญหา ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวได้สะดุดหยุดลงในระดับกระทรวงอีกเช่นกัน

 

ครั้งต่อมาในสมัยรัฐบาลของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้เล็งเห็นว่าผู้ประสบภัยจากรถเป็นจำนวนมากไม่ได้รับการชดใช้ค่าเสียหาย หรือได้รับแต่ไม่เพียงพอกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ถึงแม้จะมีพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกและพระราชบัญญัติรถยนต์ บังคับใช้อยู่บ้าง แต่ก็เป็นการควบคุมเฉพาะรถยนต์โดยสารรับจ้าง รถยนต์บรรทุกรับจ้างและรถยนต์รับจ้างบรรทุกผู้โดยสารไม่เกิน 7 คน เท่านั้น

 

จนกระทั้งในเวลาต่อมา กระทรวงพาณิชย์ได้นำร่างพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าวเสนอคณะรัฐมนตรี และได้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีฝ่ายสังคมและกฎหมายตามลำดับเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2534 และได้ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา

 

ในที่สุดสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้มีมติให้ใช้พระราชบัญญัติดังกล่าวและได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2535

 

ครั้งต่อมาเมื่อได้มีการจัดตั้งคณะรัฐบาลขึ้นใหม่โดยมี นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีการเพิ่มอัตราเบี้ยประกันภัยสำหรับรถใหม่เพื่อให้เหมาะสม พร้อมทั้งได้ตราพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ( ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ขยายระยะเวลาบังคับใช้ออกไปอีก 180 วัน

 

เรียกได้ว่ากว่าจะมาเป็นพ.ร.บ.รถยนต์ในวันนี้ผ่านการยกร่างพระราชบัญญัติมาหลายต่อหลายครั้ง ต้องขอขอบคุณผู้ยกร่างกฎหมายทุกท่านที่ร่างกฎหมายที่สุดแสนจะมีประโยชน์ต่อผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมากที่ใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้ แถมค่าพ.ร.บ.ก็มีราคาย่อมเยาว์ทำให้สามารถเข้าถึงได้ทุกคน มาพร้อมกับความคุ้มครองที่ครบครันตอบโจทย์เกินราคา สำหรับท่านใดที่ยังไม่ได้ทำหรือต่ออายุพ.ร.บ.รถยนต์และภาษีก็อย่าลืมไปต่อเพื่อความอุ่นใจกันนะ